หากคุณกำลังมองหาซีรีส์สืบสวนสอบสวนที่ไม่ได้มีแค่ปริศนาชวนติดตาม แต่ยังมีตัวละครที่มีมิติและความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน Strike (ซี. บี. สไตรค์: ปมคดีสายเลือด) คือคำตอบที่ใช่ ซีรีส์อังกฤษจากนวนิยายของเจ.เค.โรว์ลิ่ง (ภายใต้นามปากกา Robert Galbraith) นำเสนอเรื่องราวของ Cormoran Strike อดีตทหารผ่านศึกที่ผันตัวมาเป็นนักสืบเอกชน กับคดีที่ตำรวจเองยังจนแต้ม งานเขียนบทที่คมคาย การแสดงที่แข็งแกร่ง และบรรยากาศแบบลอนดอนที่มืดมน ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้โดดเด่นในแนวเดียวกัน
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
ซีรีส์ติดตาม Cormoran Strike (Tom Burke) อดีตทหารผ่านศึกที่สูญเสียขาข้างหนึ่งในสงครามอัฟกานิสถาน ปัจจุบันเขาทำงานเป็นนักสืบเอกชนในลอนดอน ต้องดิ้นรนทั้งเรื่องเงินและความทรงจำจากอดีต ในแต่ละซีซัน Strike รับสืบคดีที่ท้าทาย ตั้งแต่การสืบหาคนหาย การฆาตกรรม ไปจนถึงคดีที่มีเงื่อนงำเชื่อมโยงกับคนดัง ขณะเดียวกันเขาก็ได้ร่วมงานกับ Robin Ellacott (Holliday Grainger) เลขานุการชั่วคราวที่กลายมาเป็นคู่หูคนสำคัญ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาจากการทำงานร่วมกันไปสู่ความไว้เนื้อเชื่อใจและความผูกพันที่ลึกซึ้ง แต่ก็เต็มไปด้วยอุปสรรคทั้งจากชีวิตส่วนตัวและอาชญากรรมที่ต้องเผชิญ
งานการแสดงและตัวละคร
Tom Burke ถ่ายทอด Cormoran Strike ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาแสดงให้เห็นทั้งความแข็งแกร่ง ความอ่อนแอ และอารมณ์ขันที่แห้งแล้งของตัวละคร การเดินที่ขากะเผลกและท่าทางที่ได้รับบาดเจ็บทำให้เห็นถึงความเจ็บปวดทางกายและใจที่ยังคงอยู่ Holliday Grainger ในบท Robin Ellacott ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน เธอแสดงให้เห็นถึงการเติบโตจากเลขาฯ ที่มีความสามารถกลายเป็นนักสืบหญิงที่เฉียบคม ความเคมีระหว่าง Burke และ Grainger ทำให้ทุกฉากที่ทั้งคู่มีปฏิสัมพันธ์กันน่าติดตาม ตัวละครสมทบเช่น Matthew (Kerr Logan) คู่หมั้นของ Robin ที่ไม่เข้าใจงานของเธอ และ Ilsa (Caitlin Innes Edwards) ทนายความเพื่อนของ Strike ก็ช่วยเพิ่มมิติให้กับเรื่องราว
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ผู้กำกับแต่ละซีซัน เช่น Michael Keillor และ Sue Tully จับจังหวะการเล่าเรื่องได้ดี ทำให้ซีรีส์ดำเนินไปอย่างเนิบนาบแต่ไม่น่าเบื่อ งานภาพถ่ายทอดบรรยากาศของลอนดอนในยามค่ำคืนและสถานที่ต่างๆ ได้อย่างสวยงามและสมจริง ดนตรีประกอบโดย John Ewbank และเพื่อนร่วมงานช่วยเสริมอารมณ์ของเรื่องได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในฉากที่ตึงเครียดหรือสะเทือนอารมณ์ การตัดต่อที่ราบรื่นทำให้การสืบสวนที่ซับซ้อนดูเข้าใจง่ายขึ้น
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
สิ่งที่ทำให้ Strike แตกต่างจากซีรีส์สืบสวนทั่วไปคือการให้ความสำคัญกับตัวละครและความสัมพันธ์ของพวกเขาเท่ากับการคลี่คลายคดี Strike และ Robin ไม่ใช่แค่นักสืบที่เก่งกาจไร้ที่ติ แต่เป็นคนที่มีปมปัญหา ชีวิตส่วนตัวที่ยุ่งเหยิง และความไม่สมบูรณ์แบบ ซึ่งทำให้ผู้ชมเข้าถึงและเอาใจช่วย ซีรีส์ยังกล้าที่จะพูดถึงประเด็นทางสังคม เช่น PTSD ของทหารผ่านศึก ความรุนแรงในครอบครัว และความอยุติธรรมในระบบ โดยสอดแทรกไว้ในเนื้อหาของคดีอย่างแนบเนียน อย่างไรก็ตาม จังหวะการดำเนินเรื่องที่ช้าในบางตอนอาจไม่ถูกใจผู้ชมที่ต้องการความรวดเร็ว แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบการสืบสวนแบบเน้นรายละเอียดและการพัฒนาตัวละคร ซีรีส์เรื่องนี้ถือเป็นงานคุณภาพ
สรุป
Strike เป็นซีรีส์สืบสวนสอบสวนที่เน้นการพัฒนาตัวละครและความสัมพันธ์เป็นหลัก เหมาะสำหรับคนที่ชอบการสืบสวนแบบละเอียด ช้าๆ แต่ได้อรรถรส หากคุณเป็นแฟนของ Sherlock หรือ Broadchurch คุณจะหลงรักซีรีส์เรื่องนี้อย่างแน่นอน
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +การแสดงนำที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะเคมีของ Tom Burke และ Holliday Grainger
- +บทสืบสวนที่ซับซ้อน ชวนติดตาม และมีการวางปมอย่างชาญฉลาด
- +การพัฒนาตัวละครที่มีมิติ ความสัมพันธ์ระหว่าง Strike และ Robin น่าสนใจ
👎 จุดด้อย
- −จังหวะการดำเนินเรื่องค่อนข้างช้าในบางตอน อาจทำให้ผู้ชมบางคนรู้สึกยืดเยื้อ
- −จำนวนตอนต่อซีซันน้อย (3-4 ตอน) ทำให้เนื้อเรื่องบางช่วงถูกย่อจนดูรีบเร่ง
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ซีรีส์ Strike มีทั้งหมด 6 ซีซัน รวม 19 ตอน แต่ละซีซันมี 2-4 ตอน โดยซีซันแรกมี 3 ตอน ซีซันสองมี 3 ตอน ซีซันสามมี 2 ตอน ซีซันสี่มี 4 ตอน ซีซันห้ามี 4 ตอน และซีซันหกมี 3 ตอน
ซีรีส์ Strike ดัดแปลงจากนวนิยายชุด Cormoran Strike ที่เขียนโดยเจ.เค.โรว์ลิ่ง ภายใต้นามปากกา Robert Galbraith โดยแต่ละซีซันจะดัดแปลงจากหนังสือหนึ่งเล่ม เรียงตามลำดับ
ในประเทศไทยสามารถรับชมซีรีส์ Strike (ซี.บี.สไตรค์: ปมคดีสายเลือด) ทาง HBO GO หรือแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่มีลิขสิทธิ์ เช่น AIS PLAY หรือ TrueID
ไม่มีการสปอยล์ แต่ซีรีส์ดำเนินเรื่องตามหนังสือ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อยๆ พัฒนาไปอย่างช้าๆ มีทั้งอุปสรรคและช่วงเวลาที่ใกล้ชิด ผู้ชมต้องติดตามเอง